| 1. |
IP camera จะต้องผลิต จากโรงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง เพราะ IP camera ไม่เหมือน กล้องวงจรปิดทั่วไป ต้องอาศัยความรู้ทาง computer ,Network ,Software เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าผู้ผลิตไม่ชำนาญจะทำให้เกิดปัญหาการ Hang ไม่เสถียร ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ตามต้องการ |
|
|
| 2. |
ซื้อจากยี่ห้อ ของ ผู้ผลิตโดยตรง ทำให้มั่นใจว่า จะได้รับการบริการหลังการขายและ มีอะไหล่ตลอดอายุการใช้งาน ของสินค้า OEM (จ้างผู้อื่นผลิต) จะมีปัญหาในกรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างโรงงานผู้ผลิต และ ผู้จ้าง ทำให้ไม่มี อะไหล่ในการบริการ |
|
|
| 3. |
ซื้อยี่ห้อ ที่มีส่วนแบ่งในตลาดโลกสูงๆ Top 5 เนื่องจาก ตลาด IP camera มีแนวโน้วขยายตัวสูงมาก ทำให้มีผู้ผลิต รายใหม่เพิ่มขึ้น เหมือนโทรศัพท์มือถือเมื่อ 10 ปีก่อนมีมากกว่า 30 ยี่ห้อ ปัจจุบันเหลือเพียง 4-5 ยี่ห้อ การแข่งขัน สูงจะทำให้ ยี่ห้อที่ส่วนแบ่งการตลาดในระดับล่างสูงเท่านั้นจะอยู่ได้ จึงควรเลือก ยี่ห้อชั้นนำเพื่อการใช้งานที่คุ้มค่า ยาวนาน มีบริการหลังการขายและอะไหล่ตลอดอายุการใช้งาน |
| |
| 4. |
ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ได้รับรางวัลคุณภาพ มีการวิจัยสินค้า การผลิตวงจรอิเลคทรอนิกส์ด้วยตนเอง มีการ ขยานตัวของกิจการรวดเร็วตามตลาด เป็นหลักประกัน ความคงอยู่ของผู้ผลิต |
| |
| 5. |
รูปลักษณ์ สวยหรู ทันสมัย วัสดุที่ผลิตต้องคงทนมีคุณภาพดี ภาพที่ได้ต้องคมชัดกว่ายี่ห้ออื่น มีโปรแกรมการใช้ งานง่าย |
|
|
| 6. |
จะต้องมีเทคโนโลยี่ใหม่ล่าสุด รองรับ เทคโนโลยี่ในอนาคต เช่น สามารถใช้กับเทคโนโลยี่ 3G ที่มีใช้แพร่หลายทั่วโลก |
| |
| 7. |
มีโปรแกรมการใช้งานที่ง่าย แถมมากับกล้อง IP Camera |
| |
| 8. |
เป็น รุ่น ที่นิยมแพร่หลาย ทั่วโลก search หาข้อมูลได้ง่ายใน google |
|
|
| 9. |
ผู้นำเข้าจะต้องมี การบริการหลังการขายที่ดี มีอะไหล่พร้อมในการให้บริการ มีการบริหารที่ได้รับมาตรฐาน
ISO 9001:2000 |
| |
| 10. |
ควรจะชมการสาธิต ที่ สำนักงานของผู้ขาย เพื่อ จะได้มีความมั่นใจในบริการหลังการขาย และ เข้าใจการทำงานของ IP camera ได้ดี ทำให้สามารถ แก้ปัญหาเบื้องตนด้วยตนเองได้
|